นโยบายด้านแรงงานเร่งด่วน

 

 

 

  

นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปี ๒๕๕๓

 
     ๑.  นโยบายเร่งด่วน

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอให้การทำงานของกระทรวงแรงงานมีการประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์กรนายจ้าง/ลูกจ้าง องค์กรต่างๆขอให้มีการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันโดยให้เริ่มต้นจากการบูรณาการภายในหน่วยงานเดียวกันให้ได้ก่อน สำหรับงานนโยบายเร่งด่วนที่ประสงค์จะเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมภายใน ๓ เดือนข้างหน้า คือ
          ๑)  เร่งรัดให้มีการขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม โดยขยายสิทธิประโยชน์   และผลักดันการคุ้มครองตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม
พ.ศ.๒๕๓๓
          ๒)  ขยายโอกาสทางสังคมและการมีงานทำให้กับผู้พิการ เพื่อสร้างคุณค่าแก่ผู้พิการได้มีโอกาสทำงานตามศักยภาพ และการเพิ่มทักษะฝีมือ รวมทั้งการส่งเสริมให้สถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐรับคนพิการเข้าทำงานในสัดส่วนคนงาน ๑๐๐ คน ต่อคนพิการ ๑ คน
          ๓)  การยกระดับฝีมือให้แรงงานไทยโดยการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านแรงงานกับประเทศในแถบภูมิภาคและได้รับค่าจ้างค่าตอบแทนตามระดับฝีมือซึ่งสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำพร้อมทั้งการเตรียมแรงงานรองรับในสายงานที่ขาดแคลน
          ๔)  ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ  โดยการดูแลสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการให้ครอบคลุมและทั่วถึง และให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง
          ๕)  จัดระบบแรงงานต่างด้าวให้เหมาะสมโดยการลดเงื่อนไขการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว โดยให้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานและเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้
          ๖)  ส่งเสริมให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุให้มีงานทำ มีรายได้ที่เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพและความสามารถของผู้สูงอายุ เพื่อรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุในอนาคต


     ๒.  นโยบายทั่วไป

          ๑)  สานต่อนโยบาย  ๓  ลด  ๓  เพิ่ม ของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(นายไพฑูรย์  แก้วทอง)  และพัฒนาต่อยอดงานที่เป็นภารกิจของกระทรวงแรงงาน
          ๒)  ผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาอาสาสมัครแรงงานเพื่อให้มีอาสาสมัครแรงงานซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานในระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน และให้มีการพัฒนาอาสาสมัครแรงงานให้มีศักยภาพ  ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งมีข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อนำมาใช้ในการบริหารงานด้านแรงงาน
          ๓)  เพิ่มประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลแรงงาน โดยการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศให้เป็นข้อมูลที่ทันสมัยและจัดทำข้อมูลเศรษฐกิจการแรงงานมีการวิเคราะห์รายงานสถานการณ์ด้านแรงงาน   พร้อมพยากรณ์แนวโน้มความต้องการด้านแรงงาน เพื่อฝึกทักษะให้แก่แรงงานในการรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน
          ๔)  จัดทำฐานข้อมูลผู้ต้องการไปทำงานต่างประเทศและฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านแรงงานในต่างประเทศ  เพื่อส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศตามสาขาที่ต่างประเทศต้องการ

 


นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระยะที่ผ่านมา

 

  • คุ้มครองสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้แก่แรงงานในและนอกระบบ
  • ส่งเสริมพัฒนาและกำกับดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 112,803 คน และคุ้มครองคนหางาน มิให้ถูกหลอกลวง ถูกเอารัดเอาเปรียบ
  • ดำเนินการด้าน "แรงงานสัมพันธ์เชิงรุก" และส่งเสริมและพัฒนากลไกทวิภาคี และไตรภาคีด้านแรงงานสัมพันธ์ ในสถานประกอบกิจการ จำนวน 12,496 แห่ง
  • เตรียมดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติ พม่า ลาว กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 29 สิงหาคม 2552 ณ สำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ
  • ฝึกอาชีพและจัดหางานให้ผู้สูงอายุและคนพิการ
  • ขยายฐานความคุ้มครองประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบ โดยปรับปรุงพระราชกฤษฎีกา เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ แก่เกษตรกร ผู้ขับรถรับจ้างแท็กซี่ หาบเร่แผงลอย เป็นต้น เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์
  • ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อ  วันที่ 23 มิถุนายน 2552