วันที่ 4 มีนาคม 2568 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้อนรับ นายโยอาฟ เบน ซูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอิสราเอล นางออร์นา ซากิฟ (Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมหารือขยายโควตาแรงงานไทยสู่ตลาดอิสราเอล เพิ่มทั้งภาคเกษตร ก่อสร้าง โรงแรม และงานบริบาล โดยมี นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลอิสราเอลที่ช่วยเหลือตัวประกันไทย 5 คนให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย และขอให้ช่วยเร่งปล่อยแรงงานไทยที่เหลือ พร้อมติดตามร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตกลับประเทศ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยและ อิสราเอล เห็นพ้องในการเพิ่มโควตาแรงงาน -ภาคเกษตร 13,000 คน (รัฐต่อรัฐ G2G), ภาคก่อสร้าง 8,500 คน (เอกชน B2B) และ เตรียมเปิดรับแรงงานในภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และงานบริบาล โดยเร่งรัดกระบวนการส่งแรงงานไทยไปทำงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานไทย พร้อมคัดเลือกแรงงานให้ตรงความต้องการของอิสราเอล โดยขอให้ PIBA เร่งออกวีซ่าแรงงานไทยที่รอเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะสายอาชีพบริการที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ
“แรงงานไทยมีศักยภาพและได้รับการยอมรับจากนายจ้างอิสราเอล เราพร้อมสนับสนุนและขยายโอกาสให้แรงงานไทยได้เข้าถึงงานที่มีรายได้สูงและสวัสดิการที่ดี ติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน” – นายพิพัฒน์ กล่าวปิดท้าย
.
นายโยอาฟ เบน ซูร์ (Mr. Yoav Ben Tzur) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแห่งรัฐอิสราเอล กล่าวว่าทางอิสราเอลมีความมั่นใจแรงงานไทย พร้อมรับเพิ่ม โดยนายจ้างอิสราเอล ต้องการแรงงานไทยเพิ่มขึ้น เพราะขยัน อดทน และมีฝีมือ อีกทั้งทางรัฐบาลอิสราเอลขอรับรองว่าแรงงานไทยมีความปลอดภัย และได้รับสิทธิประโยชน์ครบตามกฎหมาย ที่สำคัญพร้อม เร่งพิจารณาลงนาม MOU ด้านแรงงานให้เร็วที่สุด