วันที่ 4 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในงานเลี้ยงรับรอง นายโยอาฟ เบน ซูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแห่งรัฐอิสราเอล (Mr. Yoav Ben Tzur) และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อการเจรจาทำงาน (Working Visit) ระหว่างวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2568 ตามคำเชิญของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการด้านแรงงาน โดยมี นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีด้านการบริหารจัดการแรงงานผิดกฎหมาย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสันติ นันตสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และคณะผู้แทนจากรัฐอิสราเอล พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ ห้องกมลทิพย์ 3 ชั้น 2 โรงแรมเดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในนามของกระทรวงแรงงานของไทย และในฐานะเจ้าภาพในครั้งนี้ มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านรัฐมนตรีาการกระทรวงแรงงานแห่งรัฐอิสราเอล และคณะ ในการเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างไทยและอิสราเอลที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง การมาเยือนของท่านในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะหารือในเชิงราชการ แต่ยังเป็นการสานต่อความสัมพันธ์อันดีและเปิดโอกาสให้เราทั้งสองประเทศ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิด เสริมสร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของแรงงาน
“แรงงานไทยที่ทำงานในรัฐอิสราเอล ถือเป็นหนึ่งในกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ และได้รับการยอมรับในด้านความขยัน อดทน และมีทักษะที่เหมาะสมกับภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมของอิสราเอล ความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผมเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงานของทั้งสองประเทศ จะเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง และก่อให้เกิดประโยชน์แก่แรงงานและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ” นายพิพัฒน์ กล่าว