![]() |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมอบนโยบายและทิศทางการทำงานปี 2556 ให้หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคนำไปปฏิบัติเดินหน้าคุ้มครองแรงงานรับค่าจ้าง 300 บาท ให้ทุกจังหวัดตั้งศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์เตรียมรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน |
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการในปี 2556 ให้กับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคจำนวน 650 คนในวันนี้ (20 ก.ย.55) ว่า ส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงแรงงาน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตรงตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์กับประชาชนนั้น จำเป็นที่ทุกคนจะต้องมีความเข้าใจและปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นโยบายสำคัญที่ต้องการให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จและบังเกิดผลเป็นรูปธรรมในปี 2556นั้น มีด้วยกัน 15 เรื่องมีส่วนสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ ขับเคลื่อนการเพิ่มค่าจ้างวันละ 300 บาท โดยเน้นภารกิจสำคัญคือ การประชาสัมพันธ์ ให้คำปรึกษากลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง เพื่อปฏิบัติตามนโยบายให้แรงงานมีค่าจ้างไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท จัดตั้งศูนย์โปร่งใสกระทรวงแรงงานครบทุกจังหวัด เพื่อรับเรื่อง/ให้คำปรึกษาผลกระทบจากค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ยกระดับผลิตภาพแรงงานให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต เพื่อให้นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างได้ ขยายโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการมีงานทำของแรงงานและให้สำนักงานประกันสังคมศึกษาผลกระทบการขยายระยะเวลาการลดเงินสมทบ การเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการแรงงานเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านแรงงานรองรับประชาคมอาเซียนเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานด้านแรงงาน เป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการและจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชนที่กำลังศึกษา/ใกล้จบ แรงงานในระบบ/นอกระบบ และกลุ่มนอกกำลังแรงงาน และจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ คือ ศูนย์เตรียมความพร้อมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับประชาคมอาเซียนจังหวัด และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ทักษะด้าน IT และขีดความสามารถของแรงงานให้มีสมรรถนะหลัก รวมทั้งพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีชั้นสูงและทัศนคติ พฤติกรรม การทำงานที่ดีให้กับแรงงานในระบบและแรงงานใหม่ สร้างเครือข่ายป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ยกระดับสถานประกอบการสู่องค์กรสีขาว ต้านยาเสพติด เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยสร้างความตระหนักให้ลูกจ้าง นายจ้างในสถานประกอบกิจการ ให้มีระบบการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ยกระดับจากโรงงานสีขาวเป็นองค์กรสีขาว เพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการระบบประกันสังคม โดยให้ทุนการศึกษาในประเทศแก่แพทย์เฉพาะทางสาขาอาชีวเวชศาสตร์ และพยาบาลเฉพาะทางสาขาอาชีวอนามัย บูรณาการระบบบริหารจัดการด้านบริการทางการแพทย์ 3 กองทุน และเร่งรัด ติดตามเพื่อลดหนี้ค้างชำระเงินสมทบของสถานประกอบกิจการให้ลดลง 2,000 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพศูนย์บริการเบ็ดเสร็จเพื่อรองรับคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยการจัดตั้งศูนย์บริการการไปทำงานต่างประเทศ (TOEA) ให้ครบ 10 แห่ง และสร้างเครือข่ายคุ้มครองแรงงานในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังให้นโยบายโดยให้มีการ การสร้างกลไก เพิ่มทางเลือกในการมีงานทำ แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การว่างงาน โดยสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ เช่น ครูแนะแนวอาชีพ นักแนะแนวอาชีพที่มีประสบการณ์ พัฒนาศักยภาพของกลุ่มอาชีพ OTOP จัดตลาดนัดแรงงานเชิงคุณภาพ โดยใช้ระบบ IT ยกระดับงานบริการจัดหางานโดยจัดทำตำแหน่งงานที่มีคุณค่าสิบอันดับแรก (Topten) ของเขต/จังหวัด สรรหา คัดเลือก พัฒนาฝีมือคนหางานก่อนบรรจุงานและติดตามประเมินผล และลดปัญหาการว่างงานผู้มีการศึกษาสูง โดยปรับปรุงฐานข้อมูลกำลังแรงงานใหม่และความต้องการแรงงานผู้มีคุณวุฒิทางการศึกษาในระดับปริญญาตรี จัดระบบไปทำงานต่างประเทศ/ป้องกันการหลอกลวง โดยการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยเน้นระบบรัฐต่อรัฐ และเป็นตำแหน่งงานที่มีรายได้สูงกว่าการทำงานในประเทศ ส่วนการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวนั้น ให้เร่งรัดการพิสูจน์สัญชาติ โดยให้เร่งรัดการพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายใน 14 ธันวาคม 2555 และจัดตั้งศูนย์นำเข้าแรงงาน ต่างด้าวในจังหวัดที่มีการเข้า-ออกสูง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแบบ MOU มีการฝึกอาชีพเพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้พ้นโทษ เพื่อให้โอกาสและสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้พ้นโทษ โดยการฝึกอาชีพก่อนพ้นโทษ พัฒนาฐานข้อมูลแรงงาน เพื่อการบริหาร โดยการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านแรงงาน เป็น “ศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ผลักดันความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีในการทำงานเป็นวาระแห่งชาติ ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งองค์กรเฉพาะดูแลด้านความปลอดภัยฯ ส่งเสริมกลไกแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน โดยการส่งเสริมและพัฒนาระบบทวิภาคี และไตรภาคีด้านแรงงานสัมพันธ์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมการจัดสวัสดิการที่เป็นตัวเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน อาทิเช่น โบนัส เบี้ยขยัน เงินช่วยเหลือกรณีอื่น ๆ โดยไม่ยุบหรือเปลี่ยนไปรวมเป็นค่าจ้าง และเร่งรัดการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไปให้ครบทุกแห่ง ส่งเสริมการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย เพื่อการพัฒนาแรงงาน โดยการพัฒนาระบบมาตรฐานแรงงานไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มอาเซียน และรณรงค์ให้สถานประกอบกิจการเข้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า และ เพิ่มศักยภาพและขยายบทบาทของอาสาสมัครแรงงาน โดยการเพิ่มบทบาทอาสาสมัครแรงงาน เพื่อช่วยงานเร่งด่วนของกระทรวงแรงงาน
นายเผดิมชัย กล่าวอีกว่า ผลสำเร็จของการดำเนินการตามนโยบายที่มอบให้ในวันนี้จะสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่ทุกคน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือ ร่วมใจและความมุ่งมั่นจากทุกคนได้มาร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามนโยบายดังกล่าวและเกิดประโยชน์กับประชาชนและผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศด้วย
กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
อาชวิน ปุจฉากาญจน์ ข่าว

