|
รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงานเปิดสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายค่าจ้างและแรงงานของรัฐบาลใหม่ หวังให้ผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มมีรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท ส่วนการปรับค่าจ้างหรือรายได้จะต้องเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย นายจ้างอยู่ได้ ลูกจ้างพอใจ มุ่งให้เกิดสมดุลทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรม |
5 กันยายน 2554/10.00 น. ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค กรุงเทพฯ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ร่วมกับเครือข่ายองค์กรแรงงาน และโซลิดาริตี้เซ็นเตอร์ จัดงานสัมมนานโยบายค่าจ้าง : แนวคิดร่วมสมัย มุมมองและประสบการณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านแรงงานรวมไปถึงเรื่องค่าจ้าง โดยมี นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน พร้อมปาฐกถาเรื่อง “นโยบายค่าจ้างและแรงงานของรัฐบาลใหม่ โดยกล่าวถึงนโยบายรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 300 บาทว่า อยากให้ผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มครอบคลุมถึงผู้รับงานไปทำที่บ้าน แรงงานภาคการเกษตร ได้มีรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท โดยไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานโดยอาจมีการนำร่องในจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน และนำอัตราที่เพิ่มขึ้นไปบวกเพิ่มให้กับจังหวัดอื่นๆ เพื่อปรับฐานค่าจ้างให้สูงขึ้นก่อนดำเนินการให้มีอัตรา 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ การปรับค่าจ้างหรือรายได้จะต้องเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย นายจ้างอยู่ได้-ลูกจ้างพอใจ หากมีการปรับค่าจ้างจริงลูกจ้างจะต้องตั้งใจทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะได้เห็นความชัดเจนของรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาทในปี 2555
นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะทำเป็นกลุ่มพื้นที่ ซึ่งบางจังหวัดอาจขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทได้ทันที บางจังหวัดอาจจะได้น้อยกว่า 300 บาท แต่เพื่อความเป็นธรรมทุกจังหวัดจะต้องได้ค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราใกล้เคียงกัน โดยปรับขึ้น 40% ในทุกจังหวัด เบื้องต้นจะนำร่องใน 7 จังหวัด โดยจะมีมาตรการมาเสริมขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในปี 2555 ผู้ใช้แรงงานจะได้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ครอบคลุมครบทุกจังหวัด ขณะนี้ได้ให้คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไปสำรวจค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของผู้ใช้แรงงาน ในปัจจุบัน เพื่อจะได้นำมาเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาให้แก่คณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งจะจัดประชุมในวันที่ 14 กันยายน 2554 นี้
สำหรับภาวการณ์ด้านแรงงานของไทยในปี 2555 จะมีผู้อยู่ในกำลังแรงงานเป็นการทำงานเต็มเวลาและไม่เต็มเวลาประมาณ 38 ล้านคนกระจายอยู่ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ มีผู้ว่างงานประมาณ 1.63 แสนคนคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.7 (โดยเฉลี่ยปี 2554 เดือนมกราคม-มิถุนายน) ทั้งนี้ นโยบายเร่งด่วนเกี่ยวกับด้านแรงงานโดยภาพรวมมีสาระสำคัญเรื่อง “แรงงาน ในฐานะ “ปัจจัยการผลิต ที่จะทำให้ประเทศมีความเจริญเติบโตในด้านอุตสาหกรรม เน้นส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ ผ่านการพัฒนายกระดับฝีมือแรงงาน เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความสูญเสีย เพิ่มคุณภาพของชิ้นงานให้มากขึ้น ย่อมส่งผลถึงรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน การส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาแรงงาน ถือเป็นวาระสำคัญของประเทศ เป็นการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปในภาคเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าว
แรงงานไทย “ต้นทาง ต้นทุน เศรษฐกิจไทย
