รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน “เสวนาทิศทางการจัดการแรงงานในภาคเหนือกับนโยบายแรงงานและการก้าวสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน มีตัวแทนนายจ้างและข้าราชการ 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมงาน ย้ำนโยบายรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 300 บาท เห็นความชัดเจนในปี 2555 นำร่องจังหวัดที่มีความพร้อมก่อนหรือปรับเพิ่มจากรายได้เดิมร้อยละ 40 ทั่วประเทศ ก่อนดำเนินการให้มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ณ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในการสัมมนา “ทิศทางการจัดการแรงงานในภาคเหนือกับนโยบายด้านแรงงานและการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ว่าการขับเคลื่อนนโยบายรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 300 บาท ยืนยันว่าไม่ได้บิดเบือนคำตามที่เป็นข่าว ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนจากคำว่าค่าจ้างขั้นต่ำเป็นรายได้ เนื่องจากอยากให้ผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มที่ครอบคลุมไปถึงผู้รับงานไปทำที่บ้าน แรงงานภาคการเกษตร ให้มีรายได้ต่อวันไม่น้อยกว่า 300 ไปแล้ว ซึ่งการจะปรับค่าจ้างหรือรายได้นั้นจะต้องเป็นที่พอใจกันทุกฝ่าย โดยนายจ้างสามารถอยู่ได้ และลูกจ้างมีความพอใจ อีกทั้งในระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะใช้ระบบไตรภาคี โดยมีภาครัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง ร่วมกันพิจารณาในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไม่เป็นไปตามความจริงกับสภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นค่าจ้างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้
การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ไม่มีการกำหนดไว้แต่จะให้ค่าจ้างเป็นไปตามกลไกตลาดโดยการตกลงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกามีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกลาง และมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่แตกต่างกันตามรัฐและเขตปกครองบางรัฐไม่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งเช่นเดียวกับในทวีปยุโรปบางประเทศก็มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ บางประเทศไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการต่อรอง บางประเทศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะถูกกำหนดโดยความตกลงที่แตกต่างกันไปตามประเภทของแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ
สำหรับนโยบายรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 300 บาท จะเห็นความชัดเจนได้ในปี 2555 โดยจะมีการนำร่องในจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน หรือเป็นการปรับเพิ่มจากรายได้เดิมร้อยละ 40 ทั่วประเทศพร้อมกัน เพื่อปรับฐานค่าจ้างให้สูงก่อนดำเนินการให้มีอัตรา 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ
อีกทั้งยังได้เตรียมมาตรการรองรับการเพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท โดยเร่งส่งเสริมฝึกทักษะและพัฒนาอาชีพสำหรับแรงงาน โดยกระทรวงแรงงานจะเสนอของบประมาณจากรัฐบาลในการพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมปรับปรุงศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ เพื่อให้มีความพร้อมในการยกระดับฝีมือแรงงาน และปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานของแต่ละศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งเป็นการเร่งยกระดับแรงงานไร้ฝีมือให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานกึ่งฝีมือให้เป็นแรงงานมีฝีมือ เพื่อไปสู่เป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้แรงงานฝีมือทั้งระบบ
นอกจากนี้ยังได้เตรียมรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยการวางรากฐาน เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ จัดระบบอำนวยความสะดวก และมาตรการกำกับดูแล ติดตามการเข้าออกของแรงงานทุกประเภท เพื่อดึงดูดแรงงานที่มีฝีมือเข้าประเทศควบคู่กับการป้องกันผลกระทบจากการเข้าประเทศของแรงงานไร้ฝีมือ รวมถึงปรับปรุงกฎ ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีใน 7 วิชาชีพ (วิศวกร นักสำรวจ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักบัญชี สถาปนิก) และสาขาภาคบริการท่องเที่ยว อีกทั้งให้ความสำคัญกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม และการแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงาน และการแก้ไขให้สอดกคล้องกับหลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 รวมถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ให้สอดคล้องกับหลักการตามอนุสัญญาทั้งสองฉบับ ด้วยการจัดตั้งสถาบันความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นต้น อีกทั้งได้มีการกำหนดมาตรการในการควบคุมการทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยคำนึงถึงความต้องการของภาคเอกชน และรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ จัดให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และลดขั้นตอนการขออนุญาตทำงาน และการจัดระเบียบเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านแรงงาน
นายยุทธนา ชัยศรี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน เผย เห็นด้วยที่จะให้มีการนำร่องการปรับขึ้นค่าจ้างในจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน (7 จังหวัด) เพราะมีอัตราค่าจ้างใกล้เคียงกับนโยบายของรัฐบาลวันละ 300 บาท
ในส่วนของนายจ้างภาคอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน อาทิ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร รวมกว่า 100 แห่ง ขอเวลาปรับตัวในการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 2-3 ปี โดยเฉพาะภาคเกษตร และการบริการที่ประสบปัญหาเรื่องค่าจ้าง แต่หากรัฐบาลยืนยันจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำภายใน 1 ปีจริง ทางสภาอุตสาหกรรมลำพูน ได้วางแผนรองรับไว้แล้วโดยจะนำเข้าเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานและเลิกจ้างลูกจ้างร้อยละ 25 อีกมาตรการ คือ การย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศเวียดนาม เพราะมีค่าจ้างถูกกว่าร้อยละ 50 ส่วนลูกจ้างที่ตกงานทางรัฐบาลต้องเข้ามารับผิดชอบแทน
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเสนอให้รัฐบาลหาวิธีการเข้ามาชดเชย รวมถึงให้จัดโปรโมชั่นลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงจากเดิมร้อยละ 7.25 ต่อปี เป็นร้อยละ 3-3.5 ต่อปี
การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ไม่มีการกำหนดไว้แต่จะให้ค่าจ้างเป็นไปตามกลไกตลาดโดยการตกลงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกามีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกลาง และมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่แตกต่างกันตามรัฐและเขตปกครองบางรัฐไม่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งเช่นเดียวกับในทวีปยุโรปบางประเทศก็มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ บางประเทศไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการต่อรอง บางประเทศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะถูกกำหนดโดยความตกลงที่แตกต่างกันไปตามประเภทของแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ
สำหรับนโยบายรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 300 บาท จะเห็นความชัดเจนได้ในปี 2555 โดยจะมีการนำร่องในจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน หรือเป็นการปรับเพิ่มจากรายได้เดิมร้อยละ 40 ทั่วประเทศพร้อมกัน เพื่อปรับฐานค่าจ้างให้สูงก่อนดำเนินการให้มีอัตรา 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ
อีกทั้งยังได้เตรียมมาตรการรองรับการเพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท โดยเร่งส่งเสริมฝึกทักษะและพัฒนาอาชีพสำหรับแรงงาน โดยกระทรวงแรงงานจะเสนอของบประมาณจากรัฐบาลในการพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมปรับปรุงศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ เพื่อให้มีความพร้อมในการยกระดับฝีมือแรงงาน และปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานของแต่ละศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งเป็นการเร่งยกระดับแรงงานไร้ฝีมือให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานกึ่งฝีมือให้เป็นแรงงานมีฝีมือ เพื่อไปสู่เป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้แรงงานฝีมือทั้งระบบ
นอกจากนี้ยังได้เตรียมรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยการวางรากฐาน เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ จัดระบบอำนวยความสะดวก และมาตรการกำกับดูแล ติดตามการเข้าออกของแรงงานทุกประเภท เพื่อดึงดูดแรงงานที่มีฝีมือเข้าประเทศควบคู่กับการป้องกันผลกระทบจากการเข้าประเทศของแรงงานไร้ฝีมือ รวมถึงปรับปรุงกฎ ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีใน 7 วิชาชีพ (วิศวกร นักสำรวจ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักบัญชี สถาปนิก) และสาขาภาคบริการท่องเที่ยว อีกทั้งให้ความสำคัญกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม และการแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงาน และการแก้ไขให้สอดกคล้องกับหลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 รวมถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ให้สอดคล้องกับหลักการตามอนุสัญญาทั้งสองฉบับ ด้วยการจัดตั้งสถาบันความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นต้น อีกทั้งได้มีการกำหนดมาตรการในการควบคุมการทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยคำนึงถึงความต้องการของภาคเอกชน และรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ จัดให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และลดขั้นตอนการขออนุญาตทำงาน และการจัดระเบียบเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านแรงงาน
นายยุทธนา ชัยศรี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน เผย เห็นด้วยที่จะให้มีการนำร่องการปรับขึ้นค่าจ้างในจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน (7 จังหวัด) เพราะมีอัตราค่าจ้างใกล้เคียงกับนโยบายของรัฐบาลวันละ 300 บาท
ในส่วนของนายจ้างภาคอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน อาทิ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร รวมกว่า 100 แห่ง ขอเวลาปรับตัวในการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 2-3 ปี โดยเฉพาะภาคเกษตร และการบริการที่ประสบปัญหาเรื่องค่าจ้าง แต่หากรัฐบาลยืนยันจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำภายใน 1 ปีจริง ทางสภาอุตสาหกรรมลำพูน ได้วางแผนรองรับไว้แล้วโดยจะนำเข้าเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานและเลิกจ้างลูกจ้างร้อยละ 25 อีกมาตรการ คือ การย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศเวียดนาม เพราะมีค่าจ้างถูกกว่าร้อยละ 50 ส่วนลูกจ้างที่ตกงานทางรัฐบาลต้องเข้ามารับผิดชอบแทน
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเสนอให้รัฐบาลหาวิธีการเข้ามาชดเชย รวมถึงให้จัดโปรโมชั่นลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงจากเดิมร้อยละ 7.25 ต่อปี เป็นร้อยละ 3-3.5 ต่อปี
แรงงานไทย ต้นทาง ต้นทุน เศรษฐกิจไทย
