Skip to main content

สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน

แรงงาน ระบุ เวียดนาม สนใจเข้ามาทำงานในไทยพร้อมชงมาตรการช่วยผู้ประกอบการรับ 300 บาท

pll_content_description

     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กลับจากเวียดนามแถลงผลประชุมรัฐมนตรีแรงงานและการจ้างงานเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 4 เวียดนามขอให้ไทยเปิดตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น ขณะที่บังกลาเทศพร้อมส่งแรงงานเข้าทำงานด้านประมง โดยที่ประชุมกังวลความต่อเนื่องด้านแรงงานที่มีอายุอยู่ระหว่าง 19-25 ปี ขณะที่กระทรวงแรงงานพร้อมช่วยเหลือนำมาตรการลดผลกระทบจากกรณี 300 บาท

     นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมรัฐมนตรีแรงงานและการจ้างงานเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 4 (ASEM LEMC) ว่า จากการหารือทั้งกลุ่มประเทศเอเชียและประเทศยุโรปมีความกังวลความต่อเนื่องของกำลังแรงงานที่มีอายุอยู่ระหว่าง 19-25 ปี ซึ่งอาจขาดความต่อเนื่องของกำลังคนกลุ่มนี้ในระบบของการทำงานและการผลิตเนื่องจากในกลุ่มประเทศยุโรปแรงงานพบว่าคนกลุ่มนี้มักจะเลือกงานที่ทำสบาย อาทิ งานพาสทาม ส่วนการให้ความคุ้มครองทางสังคม อาชีวอนามัยกับคนทำงานนั้น ประเทศไทยได้นำเสนอภารกิจด้านงานประกันสังคม ที่มีมานานกว่า 20 ปีและความพร้อมที่จะยกระดับในการให้ความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น รวมถึงในส่วนของการขยายสู่แรงงานนอกระบบที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้เกิดผลิตผลและผลิตภาพที่ได้รับการเอาใจใส่ด้านสุขภาพแรงงานเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียในอนาคตอันใกล้

     ส่วนเรื่องของความต้องการแรงงานในประเทศไทยนั้น ทางประเทศเวียดนามได้เสนอให้ประเทศไทยมีการจ้างแรงงานจากประเทศเวียดนามให้มากขึ้น ทางกระทรวงแรงงานก็พร้อมจะดำเนินการแต่คงจะพิจารณาอนุญาตให้เข้ามาทำงานในบางอาชีพเท่านั้น อาทิ ภาคการประมง และภาคการเกษตร โดยทางเวียดนามมีท่าทีสนใจเข้ามาทำงานในสาขาก่อสร้าง ส่วนการจ้างแรงงานจากประเทศบังกลาเทศนั้นคงจะเปิดให้เข้ามาทำในสาขาอาชีพประมงเท่านั้น ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวง และอธิบดีกรมการจัดหางานไปดำเนินการหาข้อมูลและตัวเลขความต้องการที่แท้จริงต่อไป ส่วนแรงงานไทยที่ไปทำงานเก็บผลไม้ป่าในประเทศฟินแลนด์ต่อจากนี้ไปกระทรวงแรงงานจะได้หามาตรการคุ้มครองแรงงานไทยให้ได้รับค่าตอบแทนตามที่ได้ตกลงไว้ อาทิ บริษัทจัดหางานจะต้องรับรองรายได้ก่อนไป และจะไม่นำจำนวนของการเก็บผลไม้ป่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับค่าตอบแทน

     นอกจากนี้ นายเผดิมชัยฯ ยังกล่าวถึง ยืนยันถึงนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2556 ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากสถานประกอบการใดประสบปัญหาจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ก็ขอให้นำข้อมูลมาพูดคุยกันและพร้อมจะหาทางออกให้ แต่ขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานก็ได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้รองรับแล้ว จากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ทั้งมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2556 และมาตรการเพิ่มขีดความสามารถ SMEs ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างข้อเสนอเพื่อหามาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้างที่ได้ผลกระทบจากเหตุดังกล่าว เป็นทั้งมาตรการที่สามารถพิจารณาดำเนินการได้เอง และมาตรการที่เสนอหน่วยงานอื่น โดยในส่วนมาตรการของกระทรวงแรงงาน อาทิ มาตรการลดภาระต้นทุนจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง การปรับปรุงอัตราการเก็บเงินสมทบและสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม การยกเว้นส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนกรณีสถานประกอบกิจการไม่มีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน การปรับแก้กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงานและจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554 ให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 200 คน ต้องจ้างคนพิการ 1 คน มาตรการยกระดับผลิตภาพแรงงาน การนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มาหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เฉพาะผู้ประกอบการ SMEs การจัดคลินิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ไปยังสถานศึกษาและสถานประกอบการต่างๆ การให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 เพื่อใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน
********************************
กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ /
กัณติภณ คูสมิทธิ์ ข่าว

Tags:

TOP